Monday, September 30, 2013

Tom Clancy's Splinter Cell: Blacklist

          เมื่อพูดถึงเกม Splinter Cell ย่อมทำให้นึกถึงตัวเอกอมตะอย่างลุง แซม ฟิชเชอร์ (Sam Fisher) เขามักจัดการงานของเขาอยู่เสมอด้วยวิธีประเภทลอบเร้นและสังหารทั้งศัตรูกับภารกิจของเขา เขาจัดการมันได้ด้วยความแม่นยำอย่างไม่น่าเชื่อ ในตอนนี้เขายังคงรูปแบบการทำงานในภาคใหม่Tom Clancy's Splinter Cell: Blacklist ด้วยความทุจริตที่เกิดขึ้นในหน่วยงาน Third Echelon จึงต้องมีการปิดตัวลงในปี 2010 หลังจบเกมในภาคSplinter Cell: Conviction แซมได้รับตำแหน่งใหม่กับงานของเค้าในหน่วยใหม่ที่ชื่อว่า Fourth Echelon เราได้รู้แล้วว่ารูปลักษณ์เกมคราวๆเป็นอย่างไรเมื่องาน E3 2012 ที่ผ่านมาบนเวที Microsoft ในการโชว์เกมเพลย์การปฎิบัติการภารกิจของแซม ที่เค้าทำการแทรกซึมเข้าไปที่ค่ายทหารของผู้ก่อการร้ายในชายแดนอิหร่าน / อิรัก และดูเหมือนว่าตัวเกมจะได้รับการปรับปรุงและปรับแต่งใหม่ให้ดูดีขึ้น แต่กับการผจญภัยของเค้ายังคงแบบคราสสิกและให้ความรู้สึกว่าภาคนี้อาจเป็นภาคปิดท้ายสำหรับซีรีย์ Splinter Cell ที่จะออกสำหรับเครื่องเกมเจ็นนี้แล้วครับ
       หลังจากที่แซมหลอกยามที่เฝ้าค่ายโดยการพา สหายที่ได้รับบาดเจ็บมารักษา หลังจากที่เขาเข้ามาในเต็นท์เรียบร้อยแล้ว แซมยังคงรูปแบบเดิมคือการมาร์คและสังหาร เขามาร์คหัวศัตรูและสังหารอย่างรวดเร็ว หนึ่งในรูปแบบของเกม Splinter Cell ที่ยังคงอยู่คือการสืบสวนที่เป็นเอกลักษณ์เขาทำการทรมารศัตรูเพื่อบีบเอาข้อมูลที่เขาต้องการ เมื่อเสร็จสิ้นแล้วแซมได้เดินออกจากเต็นท์ชุดและอุปกรณ์ต่างๆของเขาดูแบบเดิมที่คุ้นเคยเค้าเริ่มงานด้วยการเดินตรงเรียบทางข้างภูเขาเพื่อไปยังค่ายชั้นใน เมื่อมาถึงเราจะเห็นกับองค์ประกอบที่คราสสิกนำกลับมาใน Blacklist อีกครั้งนั่นคือ อุปกรณ์ที่ช่วยให้แซมสามารถมองเห็นศัตรูผ่านวัตถุต่างๆได้อย่างชัดเจน เมื่อเค้าเข้าไปในเต็นท์สำเร็จ แซมยังคงเข้าที่กำบังและกำจัดศัตรูได้นั่นเป็นการสังหารแบบเงียบที่ได้ผลมากวิธีหนึ่ง และยังคงเหมือนเดิมคือโหมด Mark-and-execute คุณจะเข้าสู่โหมดนี้ 1 ครั้งก็ต่อเมื่อคุณกำจัดศัตรูด้วยวิธีการรอบเล้น 1 คนและจำนวนการมาร์คก็ยังขึ้นอยู่กับปืนที่ใช้

        ช่วงเวลาต่อมาเราได้เห็นการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วที่ได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆเพิ่มเติมและความสามารถที่พัฒนาขึ้น เช่น การปรับปรุงโหมด Mark and-execute จากภาค Conviction ที่ในคราวนี้ตัวแซมสามารถทำการมาร์คหัวศัตรูในขณะที่เคลื่อนที่ได้แล้ว เขากำจัดศัตรูสองชุดด้วยความรวดเร็ว จนตัวเขาเองไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย แซมดูปราดเปรียวมากขึ้นเค้าทำการปีนหน้าผาเพื่อไปยังค่ายชั้นบนดูเหมือนว่าฉากนี้ผู้พัฒนาอาจได้แรง บันดาลใจมาจากเกม Assassin's Creed  อีกสิ่งหนึ่งที่เราเห็นคือความพิเศษในการที่เราสามารถใช้ Kinect บนเครื่อง Xbox360 ให้คุณเล่นเป็น แซมได้สมจริงขึ้นด้วยการออกคำสั่งเสียงเพื่อหลอกล่อศัตรูให้เข้ามาและทำการกำจัดอย่างง่ายดาย เค้าโยนศัตรูลงด้านล่างเกมมีลายละเอียดมาก

         ขึ้นแซมใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมเพราะด้านล่างบริเวณพื้นมีน้ำขังอยู่เขายิงลูกดอกไฟฟ้าซ็อตศัตรูทั้งสองคน จากนั้นแซมขอกำลังเสริม เป็นจรวดจากสหารของเขาที่ Fourth Echelon ทำให้ทราบว่ากริมก็ยังคงได้รับบทบาทการประสานงานระหว่างภารกิจในกับแซมเช่นเดิม จากที่ เห็นเกมได้เพิ่มรูปแบบใหม่ทั้งที่กำบังต่างๆสามารถพังเสียหายได้และอาวุธใหม่คือแซมสามารถระบุตำแหน่งในกับจรวดมาทำลายศัตรูโดยมีจอ ภาพทางอากาศให้ดูเป็นรูปแบบภาพขาว-ดำ

         อะไรเป็นสิ่งที่เราพอใจมากที่สุดตั้งแต่ต้นการนำเสนอเกม ศักยภาพที่พัฒนาขึ้นของซีรีย์เป็นสิ่งหนึ่งที่เราชอบมากแต่ก็ยังคงรูปแบบคราสสิกที่เราชื่นชอบในภาคก่อนๆ เช่น เรายังคงสามารถใช้อุปกรณ์ในการแอบดูศัตรูหลังประตูได้เช่นเดิมและเรายังเห็นแซมติดระเบิดที่ประตูเพื่อพังมันเข้าไปซาร์ตกำจัดศัตรูที่มาร์คหัวไว้ มันเป็นการวางแผนที่มีวิธีการอย่างสมบูรณ์ จากทั้งหมดเราเห็นวิธีการต่างๆไม่ว่าจะเป็นการใช้มุมมองสแกนการเข้าโหมด Mark-and-execute การปีนวัตถุสิ่งของ แผนการเล่นที่ต่างกันแต่สุดท้ายผลลัพธ์ที่ออกมากลับเหมือนกัน นั่นคือเกมให้คุณซึ่งเป็นผู้เล่นสามารถเลือกเส้นทางและออกแบบวิธีการด้วยตัวคุณเอง E3 2012 ที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าสุดท้ายแล้วเกมนี้ยังคงกลับมาได้อย่างสง่างามและตัวเกมดูมีความสวยงามขึ้นการเคลื่อนไหวต่างๆดูรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม วัตถุสิ่งของตามฉากมีการพังเสียหาย สามารถถ่ายทอดออกมาได้ดี และด้วยโหมด  Co-op และโหมดออนไลน์มัลติเพลเยอร์ตัวใหม่ Spies vs. Mercenaries มันทำให้รู้สึกว่า Blacklist เหมือนได้
มือดีที่เป็นทีมงานพัฒนาชุดใหม่จาก Ubisoft Toronto

         Tom Clancy's Splinter Cell: Blacklist จัดจำหน่ายโดย Ubisoft พัฒนาโดย Ubisoft Toronto MULTIPLAYER: Online multiplayer และ co-op วันที่วางจำหน่าย ต้นปี 2013 แนวเกมเพลย์ แอ็คชั่น-ลอบเร้น โหมดการเล่นมัลติเพลเยอร์ Spies vs. Mercenaries เครื่องที่กำหนดวางจำหน่าย Xbox 360, Playstation 3 และ PC คอนเทนต์เกมมาก่อนบน Xbox 360

    สรุปข้อมูลสำหรับเกม Tom Clancy's Splinter Cell: Blacklist

    The Blacklist
         ไต้เติ้ลใหม่ของเกมในซีรีย์ Splinter Cell เป็นดั่งคำใบ้แรกที่สื่อว่าพร็อตเรื่องในคราวนี้ได้ยกระดับใหม่ไปสู่ภารกิจระดับโลกนักพัฒนาเกมได้รับแรงบันดาลใจจากปัญหาของประเทศสหรัฐอเมริกาว่าในปัจจุบันหน่วยทหารมีภารกิจใดที่ต้องทำบ้างตามระเทศโลกที่สามอาจมี 2-3 ประเทศแถบตะวันออกกลาง นั่นหมายความว่าประเทศอื่นๆอาจไม่มีบทบาทในเกม สำหรับ The Blacklist ได้นำเสนอถึงข้อตกลงใหม่คือสัญญาที่เป็นการรวมตัวกันของประเทศที่ต้องการให้ทางสหรัฐอเมริกาถอนกำลังทหารออกจากประเทศของตน หากสัญญานี้เกิดขึ้นมาจะทำให้ประเทศที่ร่วมกันทำสัญญานี้พลิกกลับเป็นการร่วมมือกันโจมตีสหรัฐอเมริกาได้ เป้าหมายหลักของการโจมตีสหรัฐอเมริกาสำหรับผู้ก่อการร้ายแต่ละเป้าหมายล้วนเป็นตัวแทนสิ่งที่มีคุณค่าของสหรัฐอเมริกา รายชื่อของเป้าหมายถูกกำหนดไว้ใน Blacklist

    Fourth Echelon
         เพื่อตอบสนองต่อภัยคุมคามทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น ท่านประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้ส่งตัวแซม ฟิชเชอร์ (Sam Fisher)ไปทำภารกิจแซมได้เลิกแล้วสำหรับการเป็นสปายสายลับตั้งแต่จบภาค Conviction แต่ทางท่านประธานาธิบดีได้ทำการโน้มน้าวตัวแซมให่กลับมาต่อสู่อีกครั้งเมื่อเค้ากลับมาเขายังคงสามารถทำสิ่งต่างๆในทางของเขาเองเพื่อนำไปสู่การปราบปรามองค์กรที่เป็นภัยคุมคามผู้ก่อการร้าย Blacklist สำหรับหน่วย Third Echelon ได้ตายไปแล้ว สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นในหัวของแซมตอนนี้คือ หน่วย Fourth Echelon มีที่มาจากเครื่องบินที่มีเทคโนโลยีระดับสูงซึ่งแซมสามารถประยุกต์ใช้มันกับตัวเขาได้อย่างดีในการทำภารกิจรอบโลกด้วยระบบ SMI (Strategic Mission Interface) (รูปแบบ ภารกิจ ยุทธศาสตร์) มันเป็นซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับทุกองค์กรสำคัญของสหรัฐอเมริกา ด้วย SMI ทำให้แซมมีภารกิจและข้อมูลเกี่ยวกับทุกสิ่งทั่วโลก ด้วยระบบอัฉริยะนี้จึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งที่คุณทำในเกม ไม่ว่าจะเป็นโหมดเนื้อเรื่อง โหมด Co-op และ Online multiplayer ภารกิจทั้งหมดจะปรากฎที่สถานีหลัก แต่ละภารกิจที่เกิดขึ้นจะเป็นการที่ทำให้เนื้อเรื่องก้าวไปข้างหน้าและได้เงินรางวัลสะสมที่จะทำให้แซมไว้ใช้ในการเพิ่มเติมพัฒนาขีดความสามารถให้กับ  หน่วย Fourth Echelon

    Upgrades
         ใน Blacklist ผู้พัฒนาได้ใส่วีธีการอัพเกรดรูปแบบใหม่ ซึ่งไม่ว่าคุณจะเล่นโหมดไหน คุณจะเล่นคนเดียวหรือกับเพื่อน คุณก็สามารถใช้เงินซื้อทักษะความสามารถเพื่อปรับปรุงพัฒนาตัวละครคุณให้มีความเก่งขึ้นในการต่อสู้ นอกจากนี้เงินยังสามารถไว้ใช้ซื้ออาวุธใหม่ อุปกรณ์ใหม่ๆและ อัพเกรดอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ชุดซูทที่แซมใส่ในการทำภารกิจสามารถอัพเกรดความสามารถต่างๆได้ และอื่นๆอีกมาก นอกจากนี้ยังมีแนวคิดว่าผู้เล่นสามารถทำการปรับแต่งอาวุธและค่าความแข็งแกร่งต่างๆให้เป็นไปตามสไตล์ที่ตัวคุณต้องการได้ไม่ว่าคุณจะเล่นในโหมดไหนก็ตาม

    Mobility
         แซม ฟิชเชอร์ (Sam Fisher) ได้รับอิสระในการที่จะทำสิ่งใดก็ได้เพื่อให้ภารกิจที่เขาได้รับหมอบหมายสำเร็จตามจุดประสงค์ และดูเหมือนว่าเขาจะได้ประโยชน์ในช่วงเวลาที่ผ่านมา จากการโชว์โดยรวมเราจะเห็นว่าแซมมีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่และสามารถจัดการคนร้ายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงสิ่งหนึ่งที่ดูต่างจาก  Conviction คือการที่แซมสามารถทำการมาร์คหัวศัตรูในขณะที่เคลื่อนที่ได้ มันส่งผลให้ตัวเกมมีแอ็คชั่นที่น่าตื่นเต้นมากขึ้นและดูลื่นไหลเป็นธรรมชาติ แซมจับตัวศัตรูและยิงหัวอีกสองคนจากนั้นต่อสู้ระยะใกล้ด้วยท่าทางที่แอ็คชั่นขึ้น นี่คือแซม ฟิชเชอร์คนใหม่ที่เร็วขึ้นและเป็นนักฆ่าขึ้นกว่าเดิม

    Motion Capture and Acting
         Ubisoft ได้ลงทุนเพื่อช่วยให้ผู้เล่นได้รับประสบการณ์ที่ลึกยิ่งขึ้นกับการเล่าเรื่องของเกม Tom Clancy's Splinter Cell: Blacklistนั่นหมายความว่าจะต้องมีการใส่ เสียงที่ดีมากขึ้น และมีการจับการเคลื่อนไหว (Motion captured) ในฐานะที่เราๆเป็นผู้เล่นเกม มีง่ายมากที่บอกถึงความแตกต่าง ในฉากที่แสดงอารมณ์ตึงเครียด สิ่งที่ออกมาจากใบหน้าการแสดงลายละเอียดและถ่ายทอดอารมณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักแสดงใหม่ เพราะผู้ที่จะมารับบทเป็นแซมกับกริมต้องทำการหาเพราะนี้เป็นครั้งแรก จึงต้องทำการบ้านหนักพอสมควร

    Fourth Echelon Moments
         แตกต่างจากภารดรภาพใน Brotherhood เกม Assassin's Creed สำหรับ Splinter Cell: Blacklist ได้แนะนำให้รู้จักกับหน่วยงานใหม่ที่ผู้เล่นสามารถเรียกขอความช่วยเหลือแซมในระหว่างการปฎิบัติการภารกิจคือหน่วย  Fourth Echelon ในตัวอย่างเราจะเห็นว่าแซมกำลังเจอกับการโจมตีอย่างหนักจากผู้ก่อการร้าย ที่มีรถกระบะติดปืนกลอยู่ด้านหลัง ในขณะที่แซมเลือกที่จะเผชิญหน้ากับเหตุการณ์นี้ด้วยตัวเขาเอง ช่วงเวลาการโชว์ในเหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า "Fourth Echelon Moment" ผลลัพธ์คือ มีจรวดพุ่งตรงมาทำลายรถกระบะและศัตรูใกล้เคียงจนหมด ซึ่งช่วงเวลาเหล่านี้อาจดูเกินความเป็นจริง นอกจากนี้แซมสามารถร้องขอให้หน่วยทำการปิดสัญญาณไฟฟ้าภายในอาคารได้ด้วย

         นอกเหนือจากคุณสมบัติพิเศษที่เพิ่มขึ้นใน Splinter Cell: Blacklist มันเป็นการก้าวข้ามความท่าทายที่อยู่ในภาคก่อน เป็นการเสนอทางเลือกที่มากขึ้นให้กับผู้เล่น การลอบเร้นที่เป็นเอกลักษณ์ของซีรีย์นี้มีการพัฒนาขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ มันทำให้เราเห็นว่ามันเป็นการเพิ่มเติมองค์ประกอบมากขึ้นเรียกได้ว่าเป็นการขยายตัวจากภาค Conviction ในการโชว์ที่งาน E3 2012 ที่ผ่านมาเราหวังว่าคงยังมี Splinter Cell อื่นๆอีกออกมาในปีถัดๆไป

No comments:

Post a Comment