Friday, September 6, 2013

Lost Plant 3 เนื้อเรื่อง

 

20 ปีก่อนที่ Wayne Holden กองทหารรับจ้างหน่วย Platoon จะยกพลบุกดวงดาว E.D.N. III เพื่อกำจัดเหล่าสัตว์ร้าย Akrid ให้สิ้นซากตามคำสั่งของ NEVEC เพื่อเตรียมยกพลยึดดวงดาวเพื่อผลประโยชน์ในพลังงาน T – Energy ทั้งหมดจนส่งผลให้เกิดสงครามกับกลุ่ม Snow Pirate เจ้าถิ่นอย่างดุเดือดเป็นเวลานาน ….ปฐมบทสงครามแห่งพลังงานได้เริ่มขึ้นก่อนหน้านั้นแล้ว …

  

โลกเต็มไปด้วยปัญหาตอนฉันจากมา ฉันเพิ่งอายุ 22 ตอนที่พวกเขาส่งฉันมาที่นี่ เป็นความกล้าหาญที่มีกำไรอย่างงามกับการร่วมทีมในคณะเดินทางในฐานะนักสำรวจ 50 ปีผ่านไปแล้ว เป็น 50 ปีที่ฉันใช้ชีวิตกับผลสรุปที่ฉันเลือกเอาไว้ 50 ปีที่ฉันถูกสาปแช่งไปกับพวกเขาทั้งหมด




ภาพชายชราที่โดนกองหินทับจนบาดเจ็บกับหญิงสาวที่พยายามเข้ามาช่วยเหลือ



Diana – ไม่เป็นไรค่ะคุณปู่ ..พลังงาน T – Energy ที่อยู่ดาวนี้ถูกดึงออกมาแล้ว แต่ ..
ชายชรา – ผลเป็นยังไงบ้าง ..พวกเขาปลอดภัยหรือเปล่า ?
Diana – หนูคิดว่าถ้ำคงช่วยกำบังพวกเขาได้ และ ถ้าพวกเขายังคงตามแผนเดิมก็คงจะทำความลึกได้มากพอ ก่อนที่พวก NEVEC จะเจาะเข้ามาถึง
ชายชรา – ดี ..ดีแล้ว หนูควรจะไปพร้อมกับพวกเขาตอนหนีด้วยน๊ะ
Diana – ปู่คือครอบครัวที่เหลือของหนู หนูไม่มีวันทิ้งปู่ไว้แน่
ชายชรา – เธอช่างเหมือนย่าของเธอไม่มีผิดเลย
Diana – มันเป็นความผิดของหนูเองค่ะ หนูควรจะเชื่อปู่ตั้งแต่แรก
ชายชรา – ไม่หรอก หนูทำถูกแล้ว ชั้นเองก็สำควรจะถูกว่าแบบนั้นเหมือนกัน
Diana – ลืมมันไปเถอะค่ะปู่ มันไม่สำคัญแล้วล่ะ
ชายชรา – มันคงจะดีถ้าหนูเก็บความลับเอาไว้ให้นานที่สุด เพราะมันยากที่จะหยุดแล้ว เป็นสิ่งนึงที่หนูควรจำไว้
Diana – เราไม่มีเวลามาพูดแล้วปู่ หนูจะช่วยยกหินออกแล้วหนีไปด้วยกัน
ชายชรา – พอเถอะ ไดอาน่า หยุด หนูควรจะกลับโลกซะ พ่อของชั้นเป็นคนน่ารัก เธอต้องพร้อมจะสารภาพผิดกับบาปของเธอ ถ้าเธอต้องการ การให้อภัย เพราะเขาไม่เคยได้รับโอกาศนั้น แต่บางทีครั้งนี้มันอาจเป็นโอกาศของชั้นก็ได้


….. 50 ปีก่อนหน้านั้น …..


  
โลกในยุคที่เกิดภาวะขาดแคลนพลังงานอย่างหนัก (Energy Crisis) จนต้องทำทุกวิถีทางที่จะหาลังงานมาทดแทนเพื่อแก้ปัญหานี้ จนทีมสำรวจได้ค้นพบดาว E.D.N. III ดาวที่มีภาวะเยือกแข็งที่อยู่ไกลโพ้น แต่ทุกอณูของพื้นที่ ตั้งแต่เลือดของสัตว์พื้นถิ่นจนลึกไปถึงแกนกลางของดวงดาวนั้นเต็มไปด้วยลังงานที่ทรงคุณค่าที่เรียกกันว่า Thermal Energy หรือ T – Energy มากมาย จนรัฐบาลโลกได้ส่งบริษัท Neo-Venus Construction (NEVEC) เพื่อมาสำรวจและบุกเบิกดวงดาวเยือกแข็งที่เต็มไปด้วยอันตรายจากสภาพอากาศและ เหล่าสัตว์ร้ายที่เรียกว่า Akrid นี้ ทีมงานมากมายทั้งนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร คนงาน ทำทุกวิถีทางที่จะเคลียร์พื้นที่ดวงดาวเพื่อทำการปรับพื้นที่ให้สามารถอยู่ อาศัยได้ (Terra-form) แล้วนำพลังงาน T – Energy มาสกัดเพื่อใช้งานให้เหมาะกับสภาวะของโลกให้ได้โดยเร็วที่สุด 



เดินทางผ่าพายุหิมะเข้าไปตามทาง จัดการ Akrid ที่ออกมาจนถึงจุดที่พบตัวส่งสัญญาณแต่จู่ๆ Akrid มากมายก็บุกเข้ามาจน Peyton ตั้งตัวไม่ทันจนเกือบจะเสียท่าพวกมัน แต่ก็ได้หุ่นขนาดใหญ่ของคนที่แค้มป์สำรวจมาชวยเอาไว้ Renard La Roche แนะนำตัวให้ทั้งคู่รู้จักก่อนจะพาขึ้นรถขุดเจาะเข้าไปที่ฐานต่อ แต่หัวสว่านเกิดขัดคล่องทำให้ Peyton ต้องออกไปแสดงฝีมือทั้งการบู๊และการซ่อมแซม ลุยพวก Akid ออกไปจนถึงหัวสว่าน จัดการซ่อมมันซะ



จากนั้นขึ้นรถไปต่อก็จะเดินทางมาถึงฐาน ซึ่งเป็นทั้งที่อยู่ของเหล่านักสำรวจและนักวิทยาศาสตร์ของของ NEVEC เก็บตัวอย่างและทดลองเกี่ยวกับพลังงาน T – Energy ที่เรียกกันว่า Coronis Base



ที่ Coronis Base Peyton และ Dr. Kovac เดินทางเข้าไปรายงานตัวกับหัวหน้าศูนย์ Phil Braddock ที่กำลังเถียงกันอย่างดุเดือดกับ Dr. Bonnie Roman เกี่ยวกับคนที่ชื่อ Diaz ก่อนที่ Dr. Roman จะเดินหนีไปเมื่อเห็นทั้งคู่เข้ามา หลังจากรายงานตัวแล้ว Braddock ก็เริ่มที่จะให้ Dr. Kovac ดูตัวอย่างของ T – Energy บริสุทธิ์พวกเขาขุดหามาได้ ถึงมันจะได้มาด้วยความยากลำบากเพราะมันคือเลือดของพวก Akrid สัตว์ต่างดาวที่แสนดุร้ายที่อยู่ที่นี่แต่มันก็คุ้มเกินคุ้มถ้าสมารถสกัดให้ มันเป็นพลังงานที่เหมาะกับโลกได้ และมันจะทำให้ทุกคนรวย Braddock คุยให้ Peyton เพื่อเพิ่มความฮึกเหิมในงาน แต่ดูเหมือน Peyton จะอยากมาทำงานเพียงเพราะอย่างได้ค่าตอบแทนที่มากมายสำหรับนักสำรวจที่บ้าพอ ที่จะมาที่นี่อยู่แล้ว ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อเมียกับลูกเขานั่นเอง หลังคุยจบ Braddock จะบอกให้ Peyton ไปเตรียมหุ่นประจำตัวของเขาให้พร้อมโดยไปรับได้กับ Gale Holden นายช่างและวิศวกรที่ดูแลเรื่องหุ่นทั้งหมด จากนั้นไปที่ลิฟต์ที่สุดทางเดิน [เส้นทางค่อนข้างกว้างถ้าไม่รู้ก็สามารถกดปุ่มทิศทางขึ้นบนใช้ Navigator นำทางเป็นจุดสีเขียวให้ไปต่อได้]

ลิฟต์หลักนั้นประกอบด้วย
ชั้น 3 – Upper Hangar ห้องควบคุม / ห้องบังคับการ์ณ / ห้องทดลองหลักของ Dr. Kovac
ชั้น 2 – Main Deck ช่องทางเข้าออกหลักสำหรับหุ่น Utility Rigs
ชั้น 1 – Basement Level ห้องพัก / ร้านขายอาวุธ และ อุปกรณ์ตกแต่งหุ่น
จากนั้นลงลิฟต์มาที่ชั้น 1 แล้วเข้าไปที่ห้องตกแต่งหุ่น Peyton จะถามหา Gale Holden ช่างและวิศวกรของที่นี่กับเด็กที่อยู่ด้านในซึ่งเด็กคนนั้นก็บอกว่าเขาเอง คือ Gale Holden นายช่างใหญ่ของที่ นี่ Peyton รีบถามถึงหุ่นของเขาที่สำหรับออกไปทำงาน แต่ Gale พูดแบบเล่นๆไปว่า กำลังซ่อมอยู่ไม่นานคงเสร็จ ทำให้ Peyton ต้องบอกไปว่า
"ฟังน๊ะ ในโลกนี้ฉันเหลืออยู่แค่ 3 อย่าง คือ เมีย ลูก และ งานซึ่งก็คือ หุ่นของชั้น ซึ่งถ้าอย่างหนึ่งมันสำคัญแปลว่าอีก 2 อย่างมันก็ต้องสำคัญเหมือนกันด้วย เข้าใจมั๊ย"
เมื่อ Gale เจอประโยคนี้เข้าไปทำให้เขาต้องรีบบอกใหม่ว่าเขาสัญญาว่าพรุ่งนี้หุ่นของ Peyton จะเสร็จให้ได้ใช้อย่างแน่นอนเขาสัญญา ก่อนที่ทั้งคู่จะจับมือทำความรู้จักกันด้วยความยินดี



Gale Holden ก็คือพ่อของ Wayne Holden พระเอกของภาคแรก คนเดียวกับที่ตายไปเพราะช่วย Wayne จากการถูกเจ้า Green Eyes Akrid ขนาดยักษ์โจมตี ตั้งแต่ช่วงแรกของภาคแรกนั่นแหละครับ


 หุ่น Utility Rigs หรือ Rigs คือ หุ่นต้นแบบที่พัฒนาเป็นหุ่น Vital Suit (VS) ที่ใช้กันใน Lost planet 1 – 2 นั่นเอง

จากนั้นแวะร้านอาวุธคุยกับ Birdie Bowers เจ้า ของร้านแล้วทำการซื้อปืนมาเท่าที่เงินพอซื้อได้ ซึ่งก็จะมีแค่อัพเกรดปืนสั้นนิดหน่อยกับปืน Shotgun เท่านั้น ได้ปืนมาแล้วเรียนรู้การใช้งาน Locker อาวุธซึ่งก็มีอยู่ทั้งในฐาน และทั้งที่หุ่น Utility Rigs ด้วย เมื่อเปิดเข้าไปจะเห็นแถวของอาวุธเรียงเป็นแนวนอนซึ่งนั่นคืออาวุธที่เราติด ตั้งอยู่กับตัว แต่ถ้าได้ของใหม่มาก็สามารถเลื่อนขึ้นลงในการสลับสับเปลี่ยนกันได้ โดยจะสามารถพกปืนได้แค่ 2 กระบอกและอีก 1 กระบอกคือปืนพกที่ติดตัวอยู่ตลอด โดยอาวุธแต่ชนิดนั้นก็มีกระสุนพิเศษที่สามารถซื้อหาได้ในร้านอีกด้วย เป้าเล็งเป็นสีแดงจากปกติเป็นสีฟ้า นั่นเอง โดยมีทั้งกระสุนไฟ ,กระสุนระเบิด และอีกมากมาย หลังจากได้ทุกอย่างแล้วก็ลงลิฟต์ไปชั้น 2 ที่ Main Deck Gale จะส่งมอบหุ่น Utility Rigs ให้ Peyton ตามสัญญา


  
ข้างๆหุ่นจะมี Locker อาวุธสำหรับเปลี่ยนการใช้งานอาวุธได้และยังสามารถเติมกระสุนและระเบิดได้จนเต็มได้ทั้งหมดตลอดเวลาอีกด้วย 




ทุกครั้งไม่ว่างานจะหนักและเหน็ดเหนื่อยแค่ ไหน Peyton ก็ยังได้รับกำลังใจจาก Video Log ของ Grace Peyton ภรรยาของเขาที่ส่งบึนทึกเรื่องราวต่างๆมาแลกเปลี่ยนกับสามีเธอเสมอ ถึงแม้ตัวจะไกลแต่ก็ยังเหมือนใกล้กัน สำหรับ Peyton การทำงานและทุกอย่างกำลังไปด้วยดี ..อย่างน้อยก็ในตอนนี้

จากนั้น Peyton จะเข้าไปรายงายตัวกับ Braddock จะพบเขากำลังว่ากล่าว La Roche ที่เกี่ยงงานไม่ยอมไปทำตามงานตามสั่ง เพราะเขาคิดว่ามันอันตรายเกินไป แต่ Peyton ไม่เกี่ยงที่จะยอมทำเอง Braddock จึงมอบงานนี้ให้ Peyton ทันทีโดยไม่สนท่าที่ของ La Roche อีกต่อไป โดยต้องไปช่วยเหลือ Dr. Roman ที่ Shackleton Peck ระหว่างเดินออกมา Dr. Kovac จะติดต่อมาให้เข้าพบที่ห้องทดลองของเขาที่อยู่ที่ชั้น 3 เขาจะให้งานเล็กๆกับ Peyton ทำถ้าอยากได้รายได้เสริม และนั่นคือที่มาของ Optimal Mission หรือ Side Mission นั่นเอง

Job Log
การรับงานต่างๆในเกมจะประกอบไปด้วย
- Main Mission ภาระกิจหลักตามเนื้อเรื่อง
- Side Mission ภาระกิจเสริมเพิ่มรายได้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำหรือไม่ทำก็ได้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นงานของ Dr. Kovac,งานติดตั้ง T – Post และงานหาของที่กำหนด
* งานของ Dr. Kovac ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการให้ไปจัดการ Arkrid มาให้ตามชนิดและจำนวนที่เขากำหนดให้ โดยเควสของเขาจะมีก็ต่อเมื่อเขาวิทยุเรียกมาในบางช่วงเวลา *
โดยสามารถกดดูได้ด้วยปุ่ม Back เข้าเมนู Job Log และสามารถกำหนดเลือกทำได้เอง โดยถ้ากำหนดไปที่ Mission ไหนจุดหมายที่ชี้ไปเวลากดใช้ Navigator นำทางก็จะเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งบางภาระกิจที่เกี่ยวกับการเก็บสะสมไอเทมต่างๆอาจจะไม่มีเป้าหมายขึ้นให้
ตอนนี้จะมี Mission อยู่ใน Job Log อยู่คือ Main Mission 1 งาน และ Sub Mission 2 งาน
- Sub Mission # 1 เข้าไปคุยกับ Dr. Kovac ที่ห้องทดลองชั้น 3 เขาจะให้ไปหาตัวอย่าง Akrid มาให้เขาโดยออกไปที่รังของ  Akrid แล้วยิงพวก Akrid จำนวน 20 ตัวแล้วกลับมารับรางวัลกับ Dr. Kovac ได้เลย
- Sub Mission # 2 ลงไปที่รังของ Akrid อีกรอบแล้วติดตั้ง T – Post ที่ด้านในเป็นอันเสร็จงาน

Mission # 1
เมื่อรับงานแล้วไปขึ้นหุ่นออกเดินทางได้เลย ออกจากฐานกด Navigator ดูเส้นทางไปตามทาง แวะซ่อมแซมแท่นขุดเจาะแล้วเดินทางต่อไปยังเขต Shackleton Peck จนถึงโกดังสินค้า ใช้หุ่นเปิดประตูเข้าไปแล้วลงไปที่ห้องควบคุมด้านบน แผงควบคุมจะแสดงให้เห็นว่าต้องทำการเปิดระบบ Relay 6 จุดระบบทั้งหมดถึงจะทำงานอีกครั้ง กดปุ่มที่แทนระบบที่ 1 เริ่มทำงาน
- เข้าไปที่ถ้ำด้านหลังจนถึงด้านในซ่อม Relay แล้วกลับมากดปุ่มที่แผงควบคุมระบบที่ 2 ทำงาน
- จากนั้นใช้เชือกดึงตัวขึ้นด้านบนต่อลุยเข้าไปในถ้ำอ้อมผ่านมาที่ห้องควบคุมอีกด้าน กดปุ่มที่แผงควบคุมระบบที่ 3 ทำงาน
- โหนตัวขึ้นไปบนหน้าผาต่อจนถึงถ้ำด้านบน ด้านในจะเริ่มพบ Akrid แบบที่บินได้ ลุยเข้าไปด้านในจนถึงห้องควบคุมกดปุ่มเปิดระบบที่ 4
- เปิดสะพานเชื่อมไปต่อแล้วโหนปีนขึ้นด้านบนต่อ ลุยเข้าไปจนถึงห้องควบคุมด้านบนที่มี Locker อยู่ กดปุ่มเปิดระบบที่ 5
- เดินไปตามทางต่อจนถึงยอดเขาหิมะจะพบเสาเรดาร์อยู่ Peyton จะเห็นคนๆนึงโดดหนีไป เข้าไปทำการซ่อมแซมมันซะแล้วเดินเข้าไปที่ห้องควบคุม Boss Akrid ปูขนาดใหญ่จะออกมาโจมตี วิธีรับมือกับมันคือหลบการโจมตีของมันให้มันล้มหรือก้ามทิ่มติดพื้นจะสามารถ ยิงไปตามจุดแดงของมันตามก้ามได้ เมื่อทำงายจุดแดงกลางหลังได้มันก็ตาย จากนั้นเข้าห้องควบคุมซ่อมทุกอย่างให้หมดแล้วมากดปุ่มที่แผงควบคุม เปิดระบบที่ 6 เมื่อระบบทั้งหมดทำงานก็สามารถกดปุ่มเปิดให้หอคอยสื่อสารขนาดใหญ่ออกมาได้ สำเร็จ




เมื่อระบบทั้งหมดทำงานแล้ว Peyton สั่งให้ส่งหุ่น Rigs ตามขึ้นมาทางลิฟต์ขนาดใหญ่ ขณะที่ Akrid ปูขนาดใหญ่ ก็บุกเข้ามาอีกตัว ที่นี้ก็ต้องบังคับหุ่น Rigs จัดการกับมัน รอจังหวะให้มันโจมตีเข้ามาจนปุ่ม กระพริบขึ้นมาให้รีบกดการ์ดให้ทัน ถ้าตรงจังหวะจะทำให้ Akrid มึนงงและจะมีสัญลักษณ์ให้จับได้ขึ้นมาให้เห็น จับให้ตรงจุดแล้วกด  ใช้สว่านเจาะให้ตรงจุดอ่อนตรงจุดแดงตามก้าม เมื่อก้ามหักหมดแล้ว ฟาดให้มันล้ม จะสามารถกด จับตัวมันแล้วเจาะมันที่กลางหลังของมันได้ เท่านั้นมันก็ตาย..

จากนั้นขับหุ่นไปเปิดประตูด้านในไปต่อจนสุดทาง จะเป็นสถานวิจัยแห่งหนึ่งที่โดนพายุจนพังหมด เขาจะพบ Dr. Roman ที่นี่ ดูเหมือนเธอจะระวังตัวอย่างเคร่งเครียด เมื่อจำได้ว่า Peyton เธอแปลกใจที่ Braddock ส่งเขามาหาเธอ ซึ่งก็ดูเหมือนเธอจะไม่ได้มีปัญหาอะไร Dr. Roman พยายามจะบอกถึงความลับบางอย่างของดาวนี้ แต่ Peyton ไม่เคยคิดจะสนใจนอกจากมาทำงาน Dr. Roman ขอให้ Peyton ไปเก็บตัวอย่างมาให้เธอ โดยขับหุ่นไปอีกด้านแล้วโหนตัวขึ้นถ้ำด้านบน ลุยเข้าไปด้านในจนถึงจุดหมาย กด Y ค้างเปลี่ยนเป็นปืนสั้นจะสามารถใช้กระสุน Ticker Data ได้โดยการกดยิงไปที่ไข่ของ Akrid มันจะทำการเก็บข้อมูลมา แล้วนำกลับไปให้ Dr. Roman คุยจบแล้วออกไปด้านในต่อ จะสามารถขับหุ่นออกเดินทางกลับอีกด้านได้ ระหว่างทาง Gale จะวิทยุมาบอกว่าให้เก็บไอเทมมาให้เขาอัพเกรดหุ่น จากนั้นก็ขับหุ่นลุยเข้าไปจนถึงหน้าผาที่ต้องโหนตัวขึ้นไปที่ถ้ำด้านบนจะพบ ไอเทมตกอยู่ เก็บกลับมาที่ฐาน แล้วเอาไปให้ Gale ที่ชั้น 1 เขาจะสอนในการอัพเกรดหุ่น Rigs

Utility Rigs upgrade
หุ่น Utility Rigs สามารถอัพเกรดความสามารถใหม่ได้ที่ร้านของ Gale ที่ชั้น 1 ซึ่งต้องใช้ไอเทม Specialized Component  ซึ่งสามารถซื้อได้ในร้านอัพเกรดในราคา 2000 และเก็บได้จากที่ต่างๆหรือรางวัลจากงานต่างๆมาใช้ในการอัพเกรด ซึ่งการอัพเกรดตามคำสั่งของ Braddock นั้นจะสามารถอัพเกรด มือจับ Winch ได้ฟรีๆ 1 อย่าง นอกนั้นสามารถอัพเกรดอะไรได้เท่าไรก็ทำได้ตามสมควร
**เมื่อลงมาที่ชั้น 2 Dr. Kovac จะติดต่อมาเพราะมีงานให้ทำ ซึ่งตอนนี้สรุปว่าจะมี Mission ทั้งหมดคือ Main Mission 1 งานและ Side Mission รวมกับของ Dr. Kovac ที่เพิ่งรับมาก็จะมีทั้ง 3 Side Mission **

Mission # 2
เมื่อรับงานหลักมาแล้วออกมาที่หน้าทางออกจะเริ่มมีเมนู Fast Travel ให้ใช้แล้วซึ่งจะสะดวกในการเดินทางไปทำภาระกิจต่างๆในง่ายขึ้นมา โดยการดูแผนที่ที่มีจุดเขียวที่ต้องไปแล้วกดวาร์ปเดินทางไปได้เลย โดย Fast Travel นั้นสามารถใช้ได้ในทุกๆทางเข้าออกของแต่ละโซนด้วย จากนั้นวาร์ปไปที่จุดเขียวที่ขึ้นมาในแผนที่ มาที่ Bailey’s crossing แล้วเดินต่อมาจนถึงหน้าผาจะสามารถใช้ มือจับ Winch ที่เพิ่งติดตั้งมาใหม้ด้วยเล็งไปที่จุดสัญญาลักาณ์รูปลอกสี่เหลียมสีขาวให้ ตรงกันจนเป็นสีเขียวแล้วกด LB ก็จะใช้ มือจับ Winch เป็นทางสำหรับโหนตัวขึ้นที่สูงได้ด้วย



จากนั้นลุยเข้าไปด้านในจนถึงถ้ำขนาดใหญ่ ขณะเข้าไปติดตั้ง T – Post เจ้า Akrid ปูยักษ์ก็ออกมาอีก จัดการมันเหมือนเดิมโดยหลบให้มันเอามือทิ่มพื้นหรือล้มแล้วยิงไปที่จุดแดง ตามข้อก้ามและกลางหลังก็จะจัดการมันได้ จากนั้นเมื่อติดตั้ง T – Post เสร็จกลับเกิดการระเบิดจนเผยให้เห็นสถานที่แห่งนึง Peyton พยายามติดต่อไปยังฐานแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ เขาจึงตัดสินในใจเดินเข้าไปสำรวจด้านใน

เข้ามาด้านในโบราณสถานแห่งนึง ยิ่งลึกเข้าไปก็จะพบว่ามันเคยเป็นฐานวิจัยมาก่อนแน่นอน Peyton ยังเห็นคนลึกลับที่แอบหลบไปอีกครั้งด้วย ลุยเข้าไปด้านในที่เต็มไปด้วย Akrid แบบหนอนปราสิตที่ทั้งเร็วและยิ่งลำบากสร้างความวุ่นวายสุดถ้าไม่ได้พบ Shotgun มาด้วย ลุยเข้าไปจนถึงลิฟต์ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้หุ่นในการขึ้นไปชั้นบน แต่ประตูของช่องทางเข้าของหุ่นที่มีอยู่ก็เปิดไม่ออก Peyton จึงต้องหาทางไปเปิดระบบการทำงานของประตูก่อน โดยเข้าไปตามทางประตูเล็กทางซ้าย ลุยเข้าไปด้านในจะเริ่มเจอ Akrid ที่ใช้ปืนยิงลำแสงได้ เจ้านี่ทั้งเร็วและอึดมากด้วย ผสมกับพวกปราสิตบนพื้นยิ่งสร้างความลำบากไปใหญ่ ระหว่างทางที่ห้องอาหารมี ไอเทม Specialized Component อยู่ด้วย ลุยเข้าไปจนถึงห้องควบคุมหลักด้านในเมื่อเปิดระบบของประตูโรงเก็บหุ่นได้ แล้ว Peyton ก็ดูบันทึกต่างๆของเจ้าหน้าที่ผู้โชคร้ายที่เคยทำงานอยู่ที่นี่ซึ่งก็คือทีม งานของ NEVEC นั่นเอง แต่ทำไมถึงโดนทิ้งร้างนั้นเป็นสิ่งที่ Peyton ยังไม่รู้ จากนั้น Akrid มากมายก็บุกเข้ามาจัดการมันให้หมดแล้วเก็บปืน Pulse Rifle มาใช้ (แรงกว่า Assault แต่ยิ่งช้าเหมือน Rifle) จากนั้นลุยกลับมาที่หน้าประตูโรงเก็บ กดสวิตซ์เปิดประตูแล้วออกไปขับหุ่นเข้ามาขึ้นลิฟต์ด้านในจะขึ้นมาที่บนพื้น ผิวได้ จากนั้นเข้าไปในอาคารด้านในจนถึงห้องควบคุมเมื่อเปิดระบบของที่นี่แล้วจู่ Akrid ขนาดยักษ์ก็โจมตีมาจากนอกหน้าต่าง Cat – G Akrid ที่มีกระโหลดหนาสีแดงเป็นจุดอ่อนที่ต้องยิง แต่มันสามารถพ่นไข่ปล่อยพวกปราสิตตัวเล็กออกมาก่อกวนได้ตลอด



 เมื่อยิงไปจนกระโหลกด้านหน้ามันแตกออกแล้วมันจะหนีไป จากนั้นสำรวจเข้าไปด้านในต่อจนถึงห้องที่มีหน้าต่างชัตเตอร์ Cat – G Akrid ก็จะเข้าโจมต่จากด้านนอกอีกครั้ง จัดการมันเหมือนเดิทจนส่วนกระโหลกที่เหลือของมันแตกมันก็จะหนีไป จากนั้นออกมาด้านนอกอาคารจากอีกด้านจะพบ Cat – G Akrid ไล่ล่าด้วยความโกรธ วิ่งขึ้นไปจนถึงดาดฟ้าของตึก Cat – G Akrid ก็จะออกมาสู้อีกรอบ จัดการมันเหมือนเดิมจนมันหนีไป แล้วซ่อมประตูทางออกจะอ้อมกลับมาที่หุ่นได้ ทันทีที่ขึ้นขับหุ่น Cat – G Akrid ก็เข้าโจมตีทันที พยายามกด ปัดการโจมตีมันให้ทันจนมันเสียหลัก รับกด ใช้มือจับดึงมันเข้ามาแล้วใช้ สว่านเจาะกระโหลกมันได้เลย



เมื่อมันโดนโจมตีอย่างหนักจนใกล้ตาย การดิ้นทุรนทุรายของมันทำให้หุ่นของ Peyton โดนกระแทกตกลงไปที่ถ้ำหิมะด้านล่าง Peyton โดนกระแทกจนกระเด็นออกมาจากหุ่น ความหนาวเย็นเริ่มเล่นงานเขาทันที ในขณะที่ T – Eng สำหรับให้ความร้อนของชุดก็เริ่มจะหมด ทำให้ Peyton กำลังจะแข็งตายแต่ก็โชคดีที่มีหญิงสาวลึกลับคนนึงเข้ามาช่วยเขาไว้ได้ทัน ….
Peyton ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในสถานที่แห่งหนึ่งที่เขาไม่รู้จัก หญิงสาวที่ช่วยเขาไว้แนะนำตัวว่าเธอชื่อ Mira ซึ่ง Peyton จำได้ว่าเคยเห็นเธอแอบติดตามเขาระหว่างทางอยู่เสมอนี่เอง ก่อนที่ Mira จะอธิบายทุกอย่างให้ฟังเธอจะให้ Peyton แอบอยู่ในห้องนี้ก่อนแล้วเธอจะมาอธิบายเรื่องต่างๆทีหลัง หลังจาก Mira ออกไปแล้ว Peyton ทนไม่ไหวที่จะรอจึงงัดช่องระบายอากาศหนีออกห้องเพื่อสำรวจให้ทั่วว่าเขาอยู่ ที่ไหนกันแน่ ขณะกำลังลอบดูสิ่งต่างๆรอบตัวจะพบพลังงานT – Eng มากมายที่ถูกบรรจุใส่แคปซูลอย่างดี ในขณะที่กำลังแอบฟังกลุ่มคนที่สนทนากันก็เกิดพลาดตดลงมาด้านล่างโดนจับได้ใน ที่สุด ผู้นำของที่นี่เมื่อเห็นชุดที่ Peyton ว่าเป็นชุดของ NEVEC เขาจึงสั่งให้จับกลุ่มทันที แต่ Mira ออกมาห้ามพ่อของเธอเอาไว้และพยายามยืนยันว่า Peyton เป็นคนดี เพราะเธอเองก็เฝ้าดูเข้ามานานในตอนปฏิบัติงาน หัวหน้าของแค้มป์ยอมเชื่อใจลูกสาวของเขา แต่ก็ได้บอกกับ Peyton ไปว่า “ นายติดหนี้ลูกสาวของข้า นั่นแปลว่าเจ้าต้องชดใช้หนี้ชีวิตนี้ด้วยจงจำไว้ “ ซึ่งสิ่งที่ Peyton ต้องทำเป็นการตอบแทนก็คือเข้าไปยารักษาโรคจากในถ้ำแถวนี้มาให้คนของ Mira โดยเธอจะให้อุปกรณ์ทุกอย่างของ Peyton คืนให้ทั้งหมดแถมยังไม้อาวุธใหม่มาด้วยนั่นคือ หน้าไม้ Vakyile ซึ่งประสิทธิภาพของมันนั้นคือยิงก้อนพลังงาน T – Eng ศัตรูเป็นกลุ่มได้ แต่ยิงได้ครั้งละนัดเท่านั้น และ Peyton ต้องกลับไปซ่อมแซมหุ่นของเขาเอาเองเพราะยังไม่มีใครช่วยเขาตอนนี้แน่นอน

Mission # 3
ลุยออกจากแค้มป์ไปตามพื้นที่ที่คนที่นี่เรียกกันว่า พื้นที่สังหาร (Killing Field) ที่เต็มไปด้วย Akrid มากมายตามเคย ลุยเข้าไปตามทางจนถึงจุดที่หุ่นอยู่ จัดการซ่อมแซมมันซะแล้วขับต่อไปยังเขต Pickett’s folly หรือทุ่งลาวาเดินไปจนพบจุดที่ต้องใช้แขนจับ Winch โดยกด LB ที่เป้าหมายไปที่หน้าผาด้านในแล้วโหนตัวออกจากหุ่นข้ามไปที่ถ้ำด้านในได้ ลุยต่อเข้าไปจนถึงถ้ำขนาดใหญ่จะพบ Arkid ในรูปแบบแม่งป่องยักษ์ ซึ่งก็ต้องอาศัยใช้การโดดกลิ้งตัวหลบการโจมตีแล้วรอให้หางมันปัดพื้นแล้วจึง ค่อยยิงจุดอ่อนที่หางของมันจนหางกุดมันก็จะตาย จากนั้นไปเก็บกล่องยาด้านในถ้ำกลับออกมาแล้วย้อนกลับไปที่หุ่นเอายากลับไป ให้ Mira ที่รออยู่หน้าแค้มป์ได้เลย Mira ดีใจมากที่ Peyton ช่วยไปเอายามาให้คนของเธอได้สำเร็จ เธอจึงจะให้เข้าไปพบพ่อของเธออีกครั้งแต่ระหว่างที่เดินเข้าไปในแค้มปจะพบ Akrid ขนาดใหญ่บุกเข้ามาจากด้านหน้าอีก Akrid ตัวนี้สามารถปล่อยแมลงขนาดเล็กออกมาจากหัวขนาดใหญ่ของมันได้มากมาย พยายามยิงไปที่แมลงบนหัวมันก่อนแล้วรอให้มันเปิดหัวให้เห็นจุดอ่อนก็ยิงถล่ม ไปที่จุดแดงได้เลย Peyton จัดการ Akrid ขนาดใหญ่ด้วยความห้าวหาญต่อหน้าสายตาผู้คนมากมาย หัวหน้าของแค้มป์จึงเรียกให้ไปพบทันที




Soichi พ่อของ Mira และหัวหน้าของแแค้มปที่เรียกกันว่า แค้มป์ที่ถูกลืม (Camp of the forgotten) นั่งรอที่จะพูดคุยกับ Peyton อยู่ในห้องรับรองอย่างสงบ
Soichi – บุรุษผู้ห้าวหาญในชุดของ NEVEC ช่างเป็นความจริงที่บิดเบี้ยวสิ้นดี
Peyton – คุณเกลียดพวก NEVEC อย่างกับว่าคุณรู้จักพวกเขาดีอย่างนั้นแหละ คุณเคยทำงานกับ NEVEC หรอ
Soichi – นานมากแล้วที่ข้ามาจากโลกเหมือนกับเจ้า มาพร้อมความป่าเถื่อน พยายามที่จะใช้ไฟละลายน้ำแข็ง โดยไม่มีความพร้อมกันมาก่อน  
Peyton – หัวหน้า ผมไม่รู้หรอกน๊ะว่าท่านเคยเจออะไรมา ผมว่าท่านน่าจะพอมีโอกาศลุกขึ้นใหม่อีกครั้งได้น๊ะ พวกท่านไม่ผิดหรอกที่มาอยู่ที่นี่ เพราะผมให้สัญญาว่าจะไม่บอกพวกเขาหรอก ให้ผมช่วยคนของท่านเถอะให้บอกเจ้านายของผม Braddock ผมรับประกันความปลอดภัยได้
Soichi – หุบปาก ! เรื่องนี้มันอธิบายยาก พวกเขาให้พวกเรารอนานจนเกินไป ตอนพวกเขาเดินทางจากไป ข้าหวังไว้ว่าไม่นานพวกเขาจะมารับ 1 อาทิตย์ เป็น 1 เดือน จากนั้นก้ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าความช่วยเหลือคงไม่มีวันมา พวกเราต้องอยู่รอดด้วยตัวเองกันมาตลอด จาก 1 ปี หรือ 10 หรือ 36 ปี ! จนอยู่รอดมาจนถึง 2 รุ่นของชีวิตพวกเรา เอาตัวรอดกันมาโดยไม่มีใครเห็นใจเหมือนไม่มีตัวตน จนกระทั้งเจ้านำพวกมันมาจนถึงหน้าประตูบ้านเรานี่แหละ รับประกันความปลอดภัยหรอ ? หึหึ สัญญาติแมงป่องเชื่อได้ยังไง ! เจ้าไม่รู้จักสันดานชั่วของเจ้านายเจ้าดีพอหรอกหนุ่มน้อย

  
หลังจากพูดคุยกับ Soichi จบหัวสมองที่เคยว่างเปล่าของ Peyton ก็เต็มไปด้วยคำถามมากมายที่เขาต้องการคำตอบ Mira เข้ามาคุยด้วยและบอกว่าก่อนจะออกเดินทาง Peyton สามารถสำรวจและซื้อสิ่งของ อาวุธต่างๆที่มีขายในแค้มปได้ตามสะดวกเลย ที่นี่มีร้านอยู่แค่ 2 ร้านคือ
- ร้านอาวุธ Forgotten wares มีปืนดีๆที่แตกต่างกับที่ฐานมากมาย (อย่าลืมซื้อปืน Grenade Launcher มาด้วย)
- ร้านอัพเกรด DNA ของ Albino tarkaa ที่ใช้ DNA ที่เราดึงมาจาก Akrid มาใช้ในการพัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกาย 
อยากได้อะไรถ้าเงินพอก็ซื้อมาได้เลยแต่ถ้าเงินยังไม่พอก็ไม่ต้องกลัว เพราะยังสามารถไปมาที่นี่ได้ตลอดอยู่แล้ว จากนั้นเดินไปหา Mira ที่หน้าแค้มป์ เธอจะบอกถึงงานต่อไปที่จะขอให้ช่วย คือให้ Peyton ไปเปิดระบบของคลังอาวุธในฐานแห่งหนึ่งให้หน่อยเพื่อคนของเธอจะได้แข็งแกร่ง ขึ้น Peyton จึงเริ่มงานทันที ..
  


Mission # 4
ขับหุ่นเดินทางผ่านทุ่งสังหารไปจนถึงทุ่งลาวาแล้วเข้าไปที่เส้นทางด้าน ขวาจะพบทางเข้าอยู่ ใช้หุ่นเปิดประตูแล้วลงจากหุ่นเข้าไปด้านในต่อ ในฐานร้างแห่งนี้ไม่มีแม้แผนที่และเต็มไปด้วย Akrid ที่สุดแสนจะกวนประสาทที่สุด เพราะมันสามารถยิงแสงเลเซอร์เหมือนปืนได้ และยังเร็วอึดและเข้าโจมตีแบบเป็นกลุ่มอีก เป็นศัตรูกระจอกที่ทำให้ตายได้ไม่ยากเลย พยายามจัดการมันให้หมด ซ่อมแซมประตูเปิดเข้าไปด้านในระหว่างที่ตรวจสอบทุกอย่างดูแล้วจะพบว่าที่นี่ เคยเป็นฐานเก่าของ NEVEC เมื่อ Peyton ค้นหาเพิ่มเติมก็จะพบไพล์บางอย่างที่เขาจำเป็นต้องให้ Gale ถอดรหัสให้ จากนั้นเข้าไปด้านในจนถึงห้องเก็บอาวุธด้านในสุด เข้าไปซ่อมระบบทั้งหมดในห้องแล้วกลับออกมาด้านนอกได้เลย จากนั้นก็กลับไปที่แค้มป์ที่ถูกลืม Mira จะขอบคุณที่ Peyton ทำงานสำเร็จเธอจึงให้เข้าไปหาพ่อของเธอก่อน เดินเข้าไปด้านในฐานที่ห้องเรือนกระจก Soichi ชื่นชนความกล้าหาญของ Peyton ด้วยความจริงใจมากขึ้น ก่อนที่จะร่ำลากันและหวังว่าคงได้ร่วมงานกันอีกแน่นอน จากนั้นก็ออกไปคุยกับ Mira ที่หน้าทางเขาเธอจะขึ้นหุ่นไปด้วยเพื่อนำทางกลับฐานให้ ระหว่างทาง Mira ถามเรื่องมากมายเกี่ยวกับตัว Peyton ทั้งเรื่องความสัมพันธ์กับภรรยาและเรื่องเป้าหมายที่มาทำงานที่นี่ จนถึงเป้าหมายตรงทางแยก Mira จะลงไประเบิดเปิดทางเชื่อมที่เคยถูกปิดเอาไว้เมื่อนานมากแล้ว ก่อนที่จะร่ำลากันตรงนี้ เส้นทางจะมาเชื่อมต่อถึงเขต Shackleton’s peak และเมื่อสัญญาณการสื่อสารเป็นปกติข้อความของภรรยาที่ฝากเอาไว้ กับวิทยุแจ้งเหตุร้ายจากฐานก็เข้ามาทันที Colony แจ้งมาว่าให้ทุกหน่วยเข้าไปช่วยจัดการฝูง Akrid ที่ถล่มฐานอยู่ตอนนี้อย่างเร่งด่วน Peyton ไม่รอช้าเขารีบรายงานตัวก่อนจะรีบกลับฐานไปช่วยทันที




Mission # 5
เมื่อกลับมาถึงฐานด้านในจะเต็มไปด้วยฝูง Akrid มากมายที่บุกเข้ามาถล่มที่นี่ ใช้หุ่นจัดการ Akrid ที่บินได้ที่ Main Deck ไปจนกว่าวิทยุจะแจ้งมาให้เข้าไปช่วยด้านในต่อ เข้าในฐานจัดการศัตรูที่ชั้น 1 และ 2 ให้หมดแล้ว Dr.Roman จะเรียกให้ไปช่วยที่ห้องทดลองชั้น 3 เมื่อมาถึงจะพบ Dr.Roman กำลังสู้กับฝูง Akrid ที่ออกมาจากด้านในมากมายอยู่ Peyton จะถามถึงเรื่องเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นว่ามันเกิดจากอะไร Dr.Roman ตอบง่ายๆว่า ก็เกิดจากความบ้าคลั่งของนักวิทยาศาสตร์ชั่วๆอย่าง Kovac น่ะสิ เจ้า Kovac เกิดอุตริทดลองเครื่องมือบางอย่างที่จะควบคุม Akrid แต่มันกลับผิดผลาดจน Akrid ที่จับมามากมายหลุดจากการคุมขังจนเกิดความวุ่นวายอย่างที่เห็น Dr.Roman จะบอกให้ Peyton เข้าไปปิดการทำงานของเครื่องกระตุ้นพวก Akrid ด้านในก่อน ซึ่งต้องลุยเข้าไปด้านในห้องทดลอง ซึ่งก็จะพบ
Kovac ขังตัวเองอยู่ในห้องด้านใน ก่อนที่จะลุยเข้าไปจนถึงห้องทดลองด้านในแล้วจัดการยิงทำลายเครื่องควบคุม ด้านใน สถานะการ์ณก็จะเข้าสู่ปกติ หลังจบเรื่องคนที่จะโดนจวกมีอยู่แค่คนเดียวก็คือ Dr. Kovac นั่นเอง จากนั้นหัวหน้าจะวิทยุแจ้งเข้ามาให้ Peyton ขึ้นไปหาที่ห้องทำงานทันที

Braddock ชื่นชมในสิ่งที่ Peyton ทำด้วยความยินดี ทั้งเรื่องการจัดการกับระดับ G – Class ลงได้แถมยังกลับมาช่วยโคโลนี่เอาไว้ได้ทันอีกด้วย งานนี้ Braddock ถึงกับต้องเปิดเหล้าฉลอง Peyton ดื่มตามมารยาทไปได้ไม่นานก็เข้าเรื่องในสิ่งที่คาใจเขา เขาเอาแฟ้มข้อมูลที่เขาเก็บมาจากค่ายเก่าของ NEVEC เพื่อถามความจริงกับหัวหน้าของเขาเมื่อ Braddock เห็นแฟ้มก็ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี
Braddock – นายไปได้มันมายังไง !
Peyton – จะสนทำไมว่าผมได้มันมายังไง ผมอยากรู้ว่าเจ้านายจะตอบยังไงมากกว่า
Braddock – อย่ามาขึ้นเสียงกับฉันน๊ะ บอกมาได้นายได้มันมายังไง
Peyton – ทำไมต้องสนด้วย ไหนบอกว่าพวกเราเป็นคนกลุ่มแรก เป็นโคโลนี่แรกที่เข้ามาที่นี่ยังไง แล้วผมไปเจอหลักฐานนี้ในฐานเก่าของ NEVEC อายุกว่า 50 ปีได้ยังไง ในฐานะหัวหน้าคุณไม่มีอะไรจะพูดเลยหรอ ?
Braddock – ไม่!  มันไม่สำคัญหรอกว่านายได้รับรู้มายังไง Jim . เรื่องโคโลนี่แรกเริ่ม พวกเราโดนพายุหิมะที่ร้ยกาจพัดถล่มจนทุกคนตายกันเกือบหมด และนี่นายพล Charl Braddock ผู้บัญชาการ์ณหน่วยที่ 1 แห่งกองทัพ NEVEC Army force หัวหน้าคณะของคนในโคโลนี่แรก
Peyton – พ่อของคุณคือผู้นำของคณะเจ้าหน้าที่ในโคโลนี่แรกหรอ
Braddock – ใช่ นำจนไม่มีอะไรให้นำ ความสูญเสียมากมายที่เกิดขึ้นที่นี่เขาทำเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น และอีกมากมายที่พ่อไม่เคยอยากจะพูดถึง
Peyton – งั้นแสดงว่าที่คุณมาที่นี่ก็เพราะอยากไถ่บาปให้พ่อของคุณ เพื่อสานต่อความฝันของท่านหรอ
Braddock – ชั้นมาที่นี่เพราะวิกฤติพลังงานและเพื่อคำตอบบางอย่างที่ฉันอาจะต้องการให้ นายช่วย Jim เพื่ออนาคตของโลก เพื่อค้นหาความจริง ไม่ใช่เพื่อบริษัท แต่เพื่อตัวฉันเอง มันเป็นเรื่องส่วนตัว ฉันจะให้ค่าตอบแทนนายเพิ่มก็ได้ถ้านายตกลงมาจะไม่บอกใครเรื่องนี้
Peyton – นี่คุณจะให้ผมโกหกทุกคนด้วยหรอ
Braddock – ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงส่วนกลางของ NEVEC พวกเขาจะยกเลิกการปฎิบัติการ์ณทั้งหมดทันทีโดยที่เราไม่สามารถที่ปฎิเสธได้ เลย ฉันเองก็ไม่อยากที่จะโกหกคนของฉันหรอก Jim แต่เชื่อเถอะพวกเขาไม่รู้จะดีกว่า
Peyton – …… จะทำเท่าที่จะทำได้แล้วกัน .

หลังจากคุยอย่างเคร่งเครียดกับ Braddock จบ Gale จะวิทยุเรียกให้ไปหาที่ร้านซึ่งเขามีไอเดียใหม่ที่จะอัพเกรดหุ่นให้ เมื่อเข้าไปที่ร้าน Gale จะทำการอัพเกรดรูปแบบในการขุดเจาะแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น (แต่นรกแตกมากขึ้นสำหรับจิมและผู้เล่น) โดยเขาจะทำการอัพเกรดให้ Rigs 2 อย่างคือ
- Drilling Platform ทำให้หุ่นเปลี่ยนร่างเป็นแท่นขุดเจาะเคลื่อนที่
- หัวเชื่อม ที่สามารถใช้งานสลับกับแขนสว่านได้โดยการกด Y ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในงานและในการต่อสู้
 เมื่ออัพเกรดเสร็จ Peyton จะเอาข้อมูลที่เขาได้มาจากฐานเก่าให้ Gale ถอดรหัสออกมาเป็นภาพให้หน่อย จากนั้นภาระกิจใหม่เพื่อต้อนรับการอัพเกรดใหม่ก็เข้ามาทันที .




Mission # 6
ขับหุ่นออกเดินทางมาที่เขต Bishop’s wake จะพบจุดเป้ามหายที่ต้องขุดเจาะซึ่งเมื่อกด B ที่จุดนั้น Rig จะเปลี่ยนร่างกลายเป็นแท่นขุดเจาะทันที ส่วน Peyton ก็คือ คุ้มกันหุ่นจนกว่าจะขุดเสร็จ ซึ่งจะมีเกท 2 เกทที่ขึ้นมา เกทบนสีส้มคืนเกทการขุดเจาะยิ่งลดลงแปลว่าใกล้เสร็จ ส่วนเกทสีเขียวคือเกทพลังชีวิตของหุ่นซึ่งถ้าน้อยลงจนหมดแปลว่าหายนะ โดยขณะที่เริ่มขุดเจาะจะมี Akrid มากมายบุกเข้ามาเป็นชุดๆ ต้องจัดการอย่าให้มันทำลายหุ่นได้ ซึ่งคุณต้องทำทุกวิถีทางที่ต้องทำให้การขุดเจาะสำเร็จให้ได้ (ซึ่งต้องยอมรับว่าต้องใช้ฝีมือและความอดทนสูง เทคนิคเล็กน้อยก็คือ เน้นยิงเฉพาะตัวที่เข้ามาทำลายหุ่นเท่านั้นเป็นพอ ถ้ามีเวลาค่อยยิงตัวอื่นที่เพิ่มเข้ามา ) เมื่อ Akrid 2 ชุดใหญ่หมดลงก็ต่อด้วย Akrid ปูยักษ์ที่ออกมา (แต่ไม่ต้องห่วงเพราะการขุดเจาะเสร็จสิ้นแล้ว) ที่เหลือก็แค่จัดการ Akrid ปูยักษ์ เหมือนอย่างที่เคยทำ กลิ้งตัวหลบให้ก้ามทิ่มพื้นแล้วยิงจุดแดงตามก้ามตามหลังให้หมดก็จัดการมัน ได้

จากนั้นกลับไปหา Dr.Roman ที่โกดังสินค้า แล้วใช้ หัวเชื่อม  เชื่อมปิดรอยรั่วที่ท่อใหญ่ให้เสร็จ จากนั้นขับหุ่นเข้าไปด้านในต่อจนถึงลานกว้างจะพบ Akrid รูปแบบแมงป่องเข้ามาโจมตี จัดการมันโดยกด เปลี่ยนแขนขวาเป็นหัวเชื่อมก่อน แล้วจังหวะกด  การ์ดให้มันเสียหลักเหมือนปกติแล้วกด จับหางของมันแล้วกด ใช้หัวเชื่อมเผาที่จุดอ่อนตรงหางมันได้เลย จากนั้นมันจะหนีเข้าถ้ำสลับการโจมตีกับ Akrid แมลงที่ออกมา สอยให้ร่วงให้หมดแล้ว Akrid แมงป่องยักษ์จะเข้ามาอีกรอบ จัดการมันเหมือนเดิม เมื่อหางมันขาดหมดแล้วกด ฟาดให้ล้มแล้วจับมาเจาะอีกรอบก็ตายสนิท จากนั้นใช้แขนหุ่นขับไปที่เสาสื่อสาร แล้วทำการช็อตไปไล่พวกแมลง Akrid ไปให้หมดทำให้เสาสื่อสารกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม จากนั้น Dr.Roman จะบอกให้เก็บ DNA ของแมลง Akrid มาให้ ก็ต้องลงจากหุ่นกด เปลี่ยนเป็นปืนสั้น เปลี่ยนเป็นกระสุนเก็บ DNA แล้วยิงไปที่ตัวใดตัวนึงแล้วชี้เป้าคาไว้ที่ตัวมันจนกว่าจะโหลดข้อมูลเสร็จ แล้วก็กลับไปรับรางวัลกับ Dr.Roman ได้เลย จากนั้น Gale จะติดต่อมาว่าไพลที่ให้เขาถอรหัสนั้นทำเสร็จแล้วให้ Peyton รีบมารับได้เลย

กลับฐานแล้วลงไปชั้น 1 เข้าไปรับไฟล์ข้อมูลกับ Gale ที่ร้านแล้วขึ้นไปหา Braddock เพื่อที่จะดูหลักฐานไปพร้อมๆกันให้รู้แจ้งกันไปเลย
Peyton เปิดไฟล์ภาพที่ถูกบันทึกเอาไว้ในอดีตให้ Braddock ดูไปพร้อมๆกัน ในภาพจะเห็นความวุ่นวายของฐานโคโลนี่แรกที่เกิดจากการบุดเข้ามาของฝูง Akrid มากมายจนทุกคนต้องหนีตายเอาตัวรอด นายพล Charl Braddock พ่อของ Braddock ในฐานะหัวหน้าโคโลนี่สั่งอพยพคนโดยด่วน แต่ทันทีที่เมียและลูก(ซึ่งก็คือ Braddock ในวันทารก) ขึ้นมาที่ยานหนีภัยสำเร็จ นายพล Charl Braddock ก็สั่งออกยานทันทีแล้วทิ้งทุกคนให้เผชิญชะตากรรมที่ต่อกันเอาเอง
Braddock – เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย  นี่ทันเห็นแก่ตัวชัดๆ ทำไมพ่อทำแบบนี้
Peyton – เขาก็ทำถูกแล้วนี่ ยังไงก็ต้องรักษาชีวิตครอบครัวตัวเองเอาไว้ก่อน
Braddock – มันผิด Jim คนพวกนั้นต้องตายไม่เหลือ ไม่มีทางเลือก ไม่มีแม้ความหวัง
และในขณะที่ Peyton กำลังจะบอกบางอย่างเกี่ยวกับผู้ที่ยังเหลือรอดอยู่กับ Braddock สัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นมา แท่นขุดเจาะด้านหน้าเกิดเสียเพราะการโจมตีของ Akrid ทำให้ Peyton ต้องหยุดประโยคที่เขาจะพูดออกไปเอาไว้ก่อน แล้วรีบไปช่วยที่แท่นขุดเจาะ ปล่อยให้ Braddock ให้คุ้นชินกับความจริงที่เจ็บปวดไปพลางๆก่อน

Mission # 7
ขับหุ่นออกมาที่ Bailey’s cross แล้วใช้มือจับโหนตัวขึ้นไปที่ห้องควบคุมที่แท่นขุดเจาะจะพบว่าห้องควบคุมไม่ มีพลังง่นอยู่ ต้องลุยโหนตัวลงไปด้านล่างของฐานจนถึงเครื่องปั่นไฟแล้วทำการซ่อมมันซะ กลับมากดสวิตซ์เปิดการทำงานของแท่นขุดเจาะให้เดินเครื่องอีกครั้ง จน King Crab Akrid รูปร่างปูขนาดใหญ่ออกมาจากใต้ดิน รีบขึ้นหุ่นออกไปสู้กับมันได้เลย King Crab จะไม่เหมือนกับ Akrid รูปร่างปูตัวอื่นเพราะจุดอ่อนของมันอยู่ใต้ท้อง การจะใช้หุ่นเจาะมันนั้นทำได้ยาก แต่จะสามารถจัดการมันได้อย่าง่ายด้วยการใช้ ปืน Grenade Launcher ที่ซื้อได้จากที่แค้มป์ที่ถูกลืมมาใช้ยิงระเบิดไปใต้ท้องมันอย่างต่อเนื่อง นอกจากมันจะหมดโอกาศจะลุกแล้วมันยังตายได้อย่างเร็วมากๆอีกด้วย เมื่อจัดการมันได้แล้วก็เดินทางกลับโคโลนี่ได้เลย

" ผมรู้ว่าเมื่อความลับถูกส่งต่อ มันทำให้ Braddock หัวใจสลายนับแต่นั้น แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เขาเลิกคิดที่จะคนหาความจริงอีก และเรื่องผู้รอดชีวิตกลุ่มแรกก็จะเป็นความลับต่อไป ผมเริ่มคิดว่าเหล่าผู้รอดชีวิตนั้นเป็นเสมือนคนของผม ผมทิ้ง 1 ครอบครัวไว้ที่โลกแต่ก็พบอีกครอบครัวที่นี่ ผมพยายามจะซื่อสัตย์กับทุกๆคนเพราะพวกเขาสมควรได้รับมันมานานแล้ว และจะเก็บความลับให้เป็นความลับตลอดไป ผมยังหวังไว้อีกว่าไม้เด็ดของผมที่จะทำให้ Soichi และ Braddock เข้าใจกันและหวังให้พวกเขาลืมอดีตที่เลวร้ายไปซะ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะพอมีทางช่วยเยียวยาจิตใจคนอื่นๆด้วย แต่ผมก็ไม่รู้ว่าผมจะมีโอกาศเริ่มทำเมื่อไหร์ และไม่รู้เลยว่ามันจะสายเกินไปหรือเป่ลาด้วยซ้ำ"

ทันที่ที่ Peyton กลับไปถึงโคโลนี่จะถูกเรียกตัวเข้าไปที่ห้องของผู้บริหาร ที่ดูเหมือนว่าจะมีคนของสำนักงานใหญ่จาก NEVEC จะถูกส่งเข้ามาดูแลที่นี่แทน Braddock แถมยังยกพลตามมาด้วยเต็มอัตราศึกอีกด้วย เมื่อ Peyton เข้าไปถึงที่ห้องทำงานที่ชั้น 2 จะพบ นายพล Isenberg จาก NEVEC กำลังสั่งปลด Braddock จากหน้าที่ ก่อนที่พยายามทำความเข้าใจกับ Peyton ว่าเขาทำงานให้ NEVEC ถึงแม้ว่า Peyton จะคิดเอาเองว่าเขาทำงานให้ทีมของ Braddock ผู้ว่าจ้าง ซึ่งเงินค่าจ้างทุกบาทก็ถูกโดนมาจากสำนักงานใหญ่ NEVEC ซึ่งเรื่องนี้ทำเอา Peyton ก็พูดไม่ออก นายพล Isenberg ย้ำจุดหมายถึงงานที่ Peyton ทำไปก็เพราะครอบครัวแล้วถ้าไม่ทำให้ดี เกิดครอบครัวลำบากหรือไม่ได้เห็นครอบครัวอีกจะเป็นยังไง ทำเอาในใจของ Peyton ถึงกับตัดขาดกับทาง NEVEC ทันทีเพราะคำขู่ที่ไม่เข้าท่าแบบนี้ หลังจากคุยจบขณะที่กำลังออกจากห้อง Peyton ได้ยินทหารวิทยุเข้ามารายงานถึงเรื่องการหาที่อยู่ของ Dr.Roman เขาจึงตัดสินใจที่จะรีบไปเตือนเธอโดยด่วน 

Mission # 8
ก่อนออกเดินทางเข้าไปหา Gale ที่ร้านในชั้น 1 เขาจะทำการอัพเกรดหุ่นให้อีกครั้งด้วยความสามารถในการช็อตไฟฟ้าในชื่อว่า Shock Jumping ขากนั้นก็ขับหุ่นออกมาลองทดสอบการใช้งานที่ While canyon Junction ที่ประตูด้านซ้ายของทางลง ใช้มือหุ่นจับ(LT) ที่หม้อแปลงไฟแล้วกดแกน LS ลงตรงๆจะเป็นการปล่อยกระแสไฟฟ้าไปทำให้หม้อแปลงไฟเริ่มทำงานอีกครั้ง จะสามารถหมุนเปิดประตูเข้าไปที่ลิฟต์ด้านในได้แล้วซึ่งจะสามารถนำหุ่นลงมา ที่ลานด้านล่างได้อีกด้วย เมื่อนำหุ่นลงมาแล้วก็จะพบกับ Akrid ยักษ์ตัวแม่ของแมลงที่ออกมาโจมตี เข้าไปจัดการมันได้เลย จะจัดการมันตามแบบเดิมๆหรืออาจจะใช้ความสามารถใหม่ไปด้วยก็ได้ โดยการกด LB ยืนมือไปจับตัวมันแล้วกด แกน LS ลงตรงๆจะเป็นการปล่อยกระแสไฟฟ้าไปซ็อตมันได้ด้วย เมื่อจัดการมันได้แล้วก็เข้าไปชาร์ทไฟที่ Fueling Depot ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งก็เป็นอันเสร็จงาน

เมื่อเสร็จงานแล้วขับหุ่นต่อไปยังที่อยู่ของ Dr.Roman ที่เขต Shackleton’s Peak ขณะที่ Peyton บอก Dr.Roman ถึงเรื่องการถูกเด้งของ Braddock และการมาของคนจากสำนักงานใหญ่ซึ่งดูเหมือนกำลังตามล่า Dr.Roman อยู่ แต่ดูเหมือนเธอจะดูแลตัวเองได้และอยากให้ Peyton ไปขุดเจาะพลังงานตามที่เธอบอกก่อนที่พายุใหญ่กำลังเข้ามาให้ทัน คุยจบเดินทางไปยังเขต Pickett’s folly ไปที่สุดหมายแล้วเริ่มทำการแปลงร่างเป็นแท่นขุดลงมือขุดเจาะทันที แน่นอนว่า Peyton ต้องลงไปช่วยต้านพวก Akrid มากมายหลายชุดที่บุกเข้ามาทำลายหุ่น พยายามต้านเอาไว้จนขุดเจาะเสร็จ แต่จู่ๆหัวหน้า Soichi ก็รีบเข้ามาห้าม Peyton ไม่ให้ขุดต่อ เพราะจะทำให้ทุกคนตายกันหมด Peyton ไม่เข้าใจแต่ก้หยุดเจาะตามที่บอก ซึ่งทำให้ Soichi ต้องพา Peyton ลงไปยังอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณนี้ ถ้ำที่เต็มไปด้วยผลึกที่สวยงาม

Peyton – สวยงามมาก ที่นี่มันสถานที่อะไรครับ 
Soichi – ที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่ มันคือ "Nushi "
Peyton – " Nushi " ? คือ ต้นกำเนิดของพลังงาน T – Energy บริสุทธิ์หรอครับ
Soichi – ไม่ใช่ ..ดวงดาวนี้ทั้งดวงต่างหากคือ ต้นกำเนิด เธอเป็นอะไรที่ยากเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจ เธอคือต้นกำเนิดของทุกสิ่งทุกอย่าง รวมถึงของโลกของเราด้วย เธอคือสสารของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่มารวมกันที่อยู่มาเนินนานและไม่เคยมี พิษภัยกับใคร เธอเป็นดั่งความลับที่ก้าวข้ามอนาคต
Peyton – เดี๋ยวน๊ะ ช้าๆหน่อย เมื่อมีการเริ่มขุดเจาะ พวก Akrid ก็จะเริ่มเข้าโจมตีทุกครั้ง เหมือนกับโปรตีนที่ใช้ต่อต้านโรคที่เข้ามาในร่างกายเราเพื่อปกป้องในสิ่งที่ มันอาศัยอยู่อย่างนั้นหรอ และที่ท่านรู้ก็เพราะว่าท่านเคยเห็นมันมาก่อนแล้วใช่มั๊ย ?
Soichi – ใช่ ข้าเคยเป็นหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ NEVEC มาก่อน แล้วใครกันล่ะที่สั่งดำเนินแผนขุดเจาะ ก็ข้านี่ไง ถึงตอนนี้ข้าคิดว่าเธอยังไม่ตาย ก็เหมือนกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เธอมีความรู้สึก เธอเจ็บปวด และเธอก็โกรธได้ ข้าควรจะปกป้องเธอแต่ข้าก็ทำให้เธอต้องผิดหวัง
Peyton – แล้วใครมันจะไปเชื่อเรื่องพวกนี้ว่าพลังงานบริสุทธิ์ที่เราค้นพบว่ามันจะ ช่วยมนุษย์ชาติได้กลายเป็นสิ่งที่เราต้องเคารพ แล้วถ้าเกิด " Nushi " มีนสามารถใช้ช่วยเหลือโลกของเราได้ล่ะ ? พวกเราก็จะอยู่ต่อไปได้ไม่ใช่หรอ
Soichi – เจ้ายังอ่อนต่อโลกนัก Jim ยังคงมีจิตใจที่ความชั่วร้ายยังเข้าไม่ถึงจริงๆ แต่ การแสดงความนักถือ ไม่ใช่แนวทางของพวก NEVEC หรอกน๊ะ พวกมันมาเพื่อขุดเจาะ ดาวดวงนี้ก็มีสิทธิ์ที่จะป้องกันตัวเอง ถ้า“ Nushi “ ไม่ทำลายพวกมัน พวกมันก็จะทำลาย " Nushi "แล้วพวกมันก็จะจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น Jim โดยเฉพาะอย่างยิ่ง NEVEC ยังไม่รู้เรื่องการมีอยู่ของ " Nushi "

หลังจากคุยจบแล้ว เดินทางไปหา Dr.Roman จะพบว่าเธอถูกฆ่าตายไปแล้ว ขณะที่ทหารของ NEVEC กำลังอยู่ที่นั่นด้วย Peyton จึงยิงมันตายด้วยความแค้นแบบไม่ลังเล ก่อนที่เขาจะรีบไปบอกทุกคนที่แค้มป์ที่ถูกลืม ถึงเรื่องกองกำลังของ NEVEC ที่กำลังจะก่อสงคราม
Peyton -  Mira รวบรวมผู้คนให้มากที่สุดเราจะเข้าสู่สงคราม
Soichi – เจ้าคิดว่าคนของข้าเหมาะแล้วที่จะก่อสงครามหรอ แล้วความสูญเสียที่จะตามมาล่ะ 
Peyton -  พวก NEVEC ฆ่า Dr.Roman ไปแล้ว แฟ้มข้อมูลงานวิจัยทุกอย่างของเธอต้องอยู่กับพวกมัน แปลว่าตอนนี้ NEVEC จะรู้เรื่อง " Nushi '' ในไม่ช้าแน่นอน
Soichi - ถึงแม้จะจัดการพวก NEVEC ที่นี่ได้หมด พวกมันก็จะมาเพิ่มได้อีกไม่รู้จบ
Peyton – ผมมีแผนที่จะทำลายดาวเทียมสื่อสารของพวกมันซะ เพื่อตัดการติดต่อของพวกมันกับที่โลก
Soichi – คิดให้ดีน๊ะ Jim ถ้าเจ้าเข้าข้างเราแล้วเป็นศัตรูกับ NEVEC เจ้าอาจไม่ได้กลับไปหาครอบครัวของเจ้าอีกเลยก็ได้
Peyton – ถ้าทำสำเร็จเราจะไม่ทำลายมันทั้งหมด แต่เราจะควบคุมมันใครที่ไม่เกี่ยวข้องอยากอยู่หรือไม่ก็ได้
Soichi – งั้นตกลงลุยเลย จะเริ่มเมื่อไหร์
Mira – ฉันขอไปด้วย ฉันมีความสามารถด้าน แฮกเกอร์ อาจพอช่วยได้
Peyton – ช่วยได้มากเลย แค้น 30 กว่าปีของท่านก็จะได้แก้แค้นกันก็วันนี้แหละน๊ะ Soichi

เมื่อ Peyton นำเรื่องไปปรึกษากับ Gale ที่โคโลนี่ เขาตกลงจะเอาด้วยทันที ด้วยใบหน้าที่สุดจริงจัง เพราะเขาเชื่อในตัวของ Peyton มากและที่สำคัญเขาอยากจะทำภาระกิจใหญ่ซักครั้งในชีวิต ภาระกิจที่จะทำให้ทุกคนจะไม่เรียกเขาว่า ไอ้หนู อีกต่อไป 

** ก่อนจะคุยกับ Gale เพื่อเริ่มภาระกิจ ถ้ามีอะไรที่ต้องทำหรือยังไม่ได้ทำก็ไปทำเสียก่อนเพราะนี่เป็นภาระกิจสุด ท้ายแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับไปทำอะไรได้อีกแล้วจนจบเกมส์ **

Last Mission
Peyton, Mira และ Gale เริ่มแผนการเดินทางไปยังหอคอยสื่อสารบนเขาหิมะ ด้วยกระเช้าไฟฟ้าแต่ระบบจะถูกิปดจนกระเช้าไปต่อไม่ได้ Peyton จะให้ทั้ง 2 คนรอที่นี่ก่อนส่วนเขาต้องลุยเข้าไปต่อเพื่อเปิดระบบของกระเช้า โดยการโหนดึงตัวขึ้นไปด้านบน ลุยไปต่อตามทางขึ้นเขาที่เต็มไปด้วยทหารของ NEVEC มากมายเข้ามาขัดขวาง ซึ่งถ้าเทียบกับพวก Akrid แล้วต้องถือว่า ทหารของ NEVEC นั้นเป็นแค่เด็กอมมือ เมื่อลุยขึ้นมาจนถึงบนเขาได้แล้วเข้าไปจัดการเปิดระบบในห้องควบคุมด้านใน Mira และ Gale ก็จะตามขึ้นมาได้พร้อมส่งหุ่น Rig ตามขึ้นมาด้วย เข้าไปขับหุ่นเข้ามาด้านในแล้วใช้แขนหมุนปรับแกนเรดาห์ให้หันไปที่เสาเรดาห์ ใหญ่เพื่อให้ Gale จัดการแฮกระบบการสื่อสาร  แต่ LaRoche เพื่อนร่วมงานจอมอิจฉาก็ได้ทีขับหุ่นของเขามาขัดขวางและแสดงตัวเข้าจับกุม Peyton มันต้องการให้ Peyton มอบตัวเพราะกองกำลังส่วนใหญ่บุกไปยึดฐานของพวก Snow pirate เอาไว้ได้แล้ว Peyton จึงสั่งให้ Mira กลับไปดูแค้มปของเธอก่อนส่วนเขาจะเข้าไปจัดการ LaRoche เอง .. Boss LaRoche นั้นหุ่นของมันมีเครื่องบดหินที่มือขวา และปืนแสง EMP ที่เป็นอาวุธหนักอยู่ที่มือซ้ายด้วย การตั้งหน้าตั้งตากร์ดอย่างเดียวไม่ใช่ผลดี พยายามการ์ดแค่ให้มันเสียหลักแล้วจัดการกด ทำคอมโบต่อจนมันล้มลงไปให้สามารถกด จับมาเจาะตามจุดอ่อนได้ เมื่อมันเริ่มจะยิงปืน EMP ให้กด ใช้มือจับไปที่ตัวมันแล้วกด  ลงไปตรงๆเพื่อช็อตกระแสไฟฟ้าใส่มันจนมันช๊อตจนหยุดยิ่ง สามารถเข้าไปทำคอมโบใส่มันได้เลย เมื่อจัดการไล่เจาะทำลายตามจุดอ่อนที่ไหล่ทั้ง 2 ด้านที่ขวาและที่ลำตัวจนหมดแล้ว หุ่นของ LaRoche ก็จะสิ้นฤทธิ์ Gale จะรีบมาห้ามไม่ให้ Peyton ฆ่า LaRoche ที่รอดออกมาเพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อน Peyton กลับดีใจที่เห็น Gale แสดงความห้าวหาญทั้งๆที่เขายังไม่ได้คิดจะฆ่า LaRoche เลยซักนิด

Peyton รีบตามไปที่แค้มป์ของ Mira ที่โดนทำลายจนพังยับเยินไปหมดเพราะทหารของ NEVEC บุกเข้ามาทำลาย พยายามลุยเข้าไปด้านในตามซากปรักหักพังจนถึงห้องด้านในจะพบ นายพล Isenberg กำลังจับตัว Soichi และ Mira เอาไว้เมื่อ Peyton โผล่เข้าไปพยายามที่จะช่วย Isenberg จึงฆ่า Soichi ทิ้งก่อนจะโชว์ภาพของภรรยาของ Peyton มาขู่เพื่อให้เขายอมมอบตัว ซึ่งแน่นอนว่ายังไง Peyton ก็ต้องยอมโดยไม่มีข้อแม้จนโดนอัดจนสลบแล้วพามาขังที่โคโลนี ทั้ง Peyton และ Mira ถูกมอมยาจนเปิดเผยความจริงของ Nushi ออกมาให้ นายพล Isenberg รับรู้จนหมด แถมเครื่องควบคุม Akrid ของ Dr.Novac ก็ถูก นายพล Isenberg สั่งให้ทดลองต่อจนเสร็จสมบูรณ์อีกด้วย ในขณะที่ Peyton เริ่มฟื้นตัวจากการโดนมอมยา Braddock ก็เข้ามาคุยในห้องขังแล้วแกล้งทำเป็นโกรธที่หลอกเขาว่าไม่มีผู้รอดชีวิต เหลืออยู่แล้ว แต่แท้จริงแล้ว Braddock แอบวางวิทยุสื่อสารเอาไว้ก่อนออกไป เมื่อเดินไปหยิบบนโต๊ะมาใช้ เขาจะบอกให้ Peyton เตรียมตัวหนีออกจากที่นี่ได้เลย ในขณะที่ Peyton กลับลังเลเพราะห่วงในความปลอดภัยของภรรยาเพราะ นายพล Isenberg ได้ขู่เอาไว้ Braddock บอกได้แค่ว่าถ้าหยุด Isenberg ไม่ได้ก็ไม่มีใครจะปลอดภัยทั้งนั้น แต่เขาก็รับปากว่าจะช่วยพาภรรยาของ Peyton มาที่นี่เอง เมื่อ Peyton หมดห่วงเขาจึงทำตามแผนของ Braddock โดยหลังจากที่ Braddock ปล่อยพวก Akrid ออกมาจัดการทหารจนวุ่นวายไปทั่วประตูห้องขังก็จะเปิดออก หลบออกมาด้านนอกไปตามทางจนถึงจุดที่ Braddock ทิ้งชุดและอาวุธเอาไว้ให้ หลังจากได้อาวุธมาทั้งหมดแล้วก็ลุยเข้าไปด้านในได้เลย ในโคโลนี่ตอนนี้เต็มไปด้วยทั้งพวกทหารของ NEVEC และ Akrid ที่โจมตีกันมั่วไปหมด ลุยเข้าไปตามทางจนถึงชั้น 1 จะพบ Gale และ LaRoche ที่ยอมมาเข้าข้าง Peyton ด้วยแล้ว จากนั้นไปที่ชั้น 2 เข้าไปช่วย Mira ที่ห้องทำงานของนายพลด้านใน สภาพของ Mira เองก็ถูกมอมยาจนมึนไม่ต่างกัน หลังจากช่วยเธอออกมาแล้ว Braddock ก็จะเปิดระบบของหุ่น Rig ให้ จัดการขึ้นขับออกไปด้านนอกได้เลย

Braddock สั่งให้ Peyton ขับหุ่นไปที่จุดที่ยานแม่ของ NEVEC จอดอยู่ตรงกลางพื้นที่ แล้วทำการวางระเบิดที่จุดรอบๆให้หมดแล้ว Braddock จะบอกให้ Peyton รีบไปหยุดยั้ง Isenberg เอาไว้ให้ได้ ส่วนที่นี่เขาจะจัดการเอง ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น Braddock ก็ติดต่อมาอีกครั้ง เขาบอกถึงเรื่องสิ่งที่เขาควรจะทำให้เพื่อไถ่บาปให้พ่อของเขาเสียที ก่อนที่จะลงมือกดระเบิดด้วยตัวเองขณะที่เขาบัญชาการณ์อยู่บนยานแม่ของ NEVEC แรงระเบิดทำให้ยานแม่ตกไปในหลุมขนาดใหญ่พร้อมกับ Braddock ทำให้ Peyton เสียใจอย่างมาก และยิ่งหนักใจมากขึ้นเพราะจะไม่มีใครที่จะดูแลภรรยาของเขาให้ด้วย แต่ Grace ภรรยาของ Peyton ได้มารออยู่ที่นี่นานแล้ว ทั้งคู่เข้ามากอดกันด้วยความดีใจ ก่อนที่คนของ Mira จะจับ Dr.Kovac มาได้และมันได้บอกความจริงว่าตอนนี้ นายพล Isenberg มีแผนที่จะเข้าไปที่แกนกลางของ Nushi และจะใช้เครื่องมือของเขาควบคุม Nushi และ Akrid เอาไว้ทั้งหมด Peyton จึงต้องให้ Grace รออยู่กับ Mira แล้วเขาจะรีบไปทำสิ่งที่เขาต้องทำนั่นคือปกป้องดาวดวงนี้เอาไว้ให้ได้ ..

Peyton ขับหุ่นเข้าไปที่ทางเข้าของโพรง Nushi แล้วใช้แขนหุ่นจับไปที่ก้อนสีเหลืองที่อยู่ข้างๆโพรงเมื่อใช้ไฟฟ้าช๊อตใส่ มัน ก็จะทำให้โพรงเปิดเข้าด้านในได้ ขับหุ่นเข้าไปด้านในของ Nushi จนถึงส่วนกลางจะพบประตูที่เป็นโพรงปิดอยู่เพราะก้อนสีเหลืองมันไม่เปิดออก กด ใช้แขนไปจับที่ใยด้านบนเพื่อโหนตัวขึ้นไปด้านบน จากนั้นก็ลุยไปด้านในซึ่งต้องผ่านไปที่แกนกลางของ Nushi จากด้านบน สิ่งที่ต้องทำก็คือยิงก้อนเนื้อสีเหลืองที่เป็นสายต่อไปถึงโพรงประตูให้หมด ทุกก้อนแล้ววนกลับมาที่หุ่นอีกครั้ง (ถ้ายิงไม่หมดประตูไม่เปิดก็ต้องวิ่งวนหาก้อนสีเหลืองให้เจอ) เมื่อกลับมาที่หุ่นจะสามารถใช้แขนจับแล้วปล่อยไฟฟ้าช๊อตเปิดเข้าด้านในได้ แล้ว ที่แกนกลางของ Nushi นายพล Isenberg กำลังวางแผนที่จะใช้เครื่องควบคุม Akrid ของ Dr. Kovad เพื่อควบคุม Akrid ทั้งหมดผ่านทางแกนกลางของ Nushi เพื่อใช้ Akrid เป็นกองทัพที่แข็งแกร่งของมัน แต่ Peyton ก็ฉวยโอกาศใช้แขนหุ่นยืดไปหยิบเอาเครื่องควบคุม Akrid มาทำลายทิ้งลงได้เสียก่อน แผนของ Isenberg ถูกทำลายลงจนมันไม่มีทางเลือกที่จะต้องเข้ามาจัดการกับ Peyton ด้วยหุ่นของมันซึ่งติดอาวุธมากมายเป็นต่อสว่านของหุ่น Peyton มากมายนัก Peyton สังเกตความสั่นสะเทือนโดยตลอดของพื้นทำให้เขาแน่ใจว่า Nushi นั้นยังไม่ตาย และเพื่อป้องกันไม่ให้คนชั่วอย่าง Isenberg มาหาประโยชน์กับ Nushi อีกเขาจึงคิดไม้เด็ดที่สุดขั้วขึ้นมา Peyton ปรับให้หุ่นกลายเป็นแท่นขุดเจาะเพื่อเริ่มทำการเจาะลงไปตรงใจกลาง Nushi ตรงๆเลยเพื่อตั้งใจที่จะทำลายมันซะ ในขณะที่ Isenberg ก็จะเข้ามาขัดขวางทันที



Peyton – แผนของแกถูกทำลายไปแล้ว มันสายเกินไปแล้วเพราะคนของฉันได้ไปทำลายหอคอยเรดาร์จนหมดแล้ว
Isenberg – แกมันโง่ แกทำลายโอกาสของมนุษย์ชาติจนหมด แล้วแกรู้มั๊ยว่า ถ้าแกทำลายหอคอยเรดาร์ไปแล้ว การสื่อสารถูกตัดขาดแล้วแกจะกลับโลกยังไง
Peyton – ก็ไม่กลับ ยังไงเมียฉันก็ตามมาอยู่ที่นี่แล้ว Home Sweet home เพื่อนฝูงก็เยอะแยะ บ้านแสนสุขยังไงยังงั้น ว่าแต่แกเถอะจะอยู่ยังไง

ก่อนที่ทั้งคู่จะต่อยกันอย่างดุเดือนจนผลสุดท้าย Isenberg ก็ตกลงไปตายใต้สว่านขุดเจาะไปพร้อมกับความทะเยอทะยานของมัน ในขณะที่ Peyton ก็บาดเจ็บสาหัสปางตาย แต่ก็ยังโชคดีที่ Grace และ Mira จะตามมาช่วยเอาไว้ได้ทัน

ก่อนที่ทั้งคู่จะต่อยกันอย่างดุเดือนจนผลสุดท้าย Isenberg ก็ตกลงไปตายใต้สว่านขุดเจาะไปพร้อมกับความทะเยอทะยานของมัน ในขณะที่ Peyton ก็บาดเจ็บสาหัสปางตาย แต่ก็ยังโชคดีที่ Grace และ Mira จะตามมาช่วยเอาไว้ได้ทัน





ฉันยังคงขนลุกทุกครั้งเมื่อนึกถึงวันนั้น ความสูญเสียและการนองเลือด Nushi ตายไปตั้งแต่วันนั้น ฉันเป็นคนฆ่าเธอผู้ให้ชีวิต โดยที่ไม่รู้เลยว่าพวกเราจะอยู่รอดกันยังไงหลังจากวันนั้น พลังสำรองส่วนใหญ่ยังคงเหลืออยู่ พวกเขาใช้เท่าที่มีในการเยียวยารักษาโดยเฉพาะกับฉัน พวกเขาอยู่กันอย่างสุขสบายในหุบเขาเล็กๆที่เต็มไปด้วยต้นไม้ แต่พวกเขาไม่รู้ความจริงว่าฉันได้ทำอะไรลงไป ฉันทำในสิ่งที่ Suishi ผู้นำคนก่อนของพวกเขาได้เคยทำลงไป ฉันอุทิศตนเพื่อตัวเองเพื่อปกป้องพวกเขาเหล่านั้นจากอันตราย



สำหรับ Gale กับ Mira ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกัน (จนมีลูกด้วยกันหนึ่งคนคือ Wayne Holden พระเอกของภาคแรกนั่นเอง) และทั้งคู่ไม่เคยคิดจะท้อถ้อยที่จะสานต่องานของพ่อ Mira ที่ทำเอาไว้  และได้สร้างพลังงานที่เลียนแบบ Nushi ขึ้นมาได้สำเร็จ เพื่อรักษาชีวิตของพวกเราเอาไว้ ต้องขอบคุณพวกเขาที่ทำให้พวกเราอยู่รอดอยู่ได้

แต่เมื่อขาดซึ่ง Nushi สภาพอากาศของดวงดาวก็เปราะบางลงทำให้น้ำแข็งเบาบางลงพอที่จะเหมาะสมในการ อยู่อาศัยได้ในบางส่วนของพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ที่นี่ แต่ ฝันร้ายก็มาพร้อมกับมันด้วยเหมือนกัน
และเมื่อผลกระทบดังกล่าวส่งผลดีกับพวก มนุษย์อย่างเราที่แห่งนี้ก็ไม่ใช่ความลับอีกต่อไป และเมื่อเทคโนโลยี่ผสมผสานที่ Gale กับ Mira สร้างขึ้นเริ่มมีราคาของมัน การต่อสู้แย่งชิงก็เริ่มขึ้น จนถึงเวลาหนึ่งความวุ่นวายจากการแย่งชิงดินแดนก็นำไปสู่สงครามที่ไม่มีวันจบ สิ้น Gale เข้าร่วมสงครามอีกครั้งกับคนของเขา แต่ฉันก็ยังคงเก็บไว้ซึ่งความลับเอาไว้อย่างปลอดภัย แต่ปัญหาทุกอย่างที่เราก่อเอาไว้ก็ตกทอดจนถึงคนรุ่นต่อไป มรดกที่เปื้อนเลือดถูกส่งต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานของเรา
ปู่ขอโทษน๊ะ Diana ขอโทษที่ทำให้เธอเกิดมาในโลกแบบนี้ แต่การต่อสู้ของฉันคงจบลงในวันนี้แล้วล่ะ และหวังเอาไว้ว่าเธอจะได้อยู่จนได้เห็นจุดจบของเรื่องราวต่างๆเช่นกัน ขอโทษน๊ะ Diana หลานปู่ ….



ขณะที่ Diana กำลังเสียใจจนพูดไม่ออกกับการจากไปของปู่ เธอรู้สึกถึงใครที่กำลังเข้ามาที่นี่จนต้องเตรียมสู้ แต่โชคดีที่เป็น La Roche เพื่อรักของปู่เธอ
La Roche – ถ้าเกิดว่าจะมีใครซักคน ที่จะสามารถคงไว้ซึ่งเสรีภาพจนวาระสุดท้ายของชีวิต ก็คือเขาคนนี้แหละ Jim Peyton ….. Au Revoir ล่าก่อนเพื่อนคู่ทุกคู่ยากของฉัน …ไม่ต้องห่วง Diana หรอกน๊ะ นายสอนเธอมาดีพอแล้ว



Diana- เรื่องราวของรุ่นหลานตกทอดมาถึงยุคของฉัน ชะตากรรมของชั้นได้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว จะเป็นยังไงถ้าการต่อสู้มันอาจต้องยืดเยื้อ จะเป็นไปได้มั๊ยถ้าเราจะยึดดาวดวงนี้คืนมา ..แต่ฉันมีแผนแล้วล่ะ  

No comments:

Post a Comment